Back to Resources
Blog

วิธีมัดใจ และสร้างฐานลูกค้าง่าย ๆ ให้กับแบรนด์

ในยุคของเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถขายสินค้าบริการได้ทั้งบนโลกออนไลน์ และออฟไลน์ไปพร้อมกัน ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างแบรนด์เล็ก-ใหญ่แบบดุเดือดกันมาก ๆ แต่สิ่งที่จะทำให้แบรนด์เอาชนะคู่แข่งได้นั้นก็คือ การมัดใจ และสร้างฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ลูกค้าไม่ว่าใหม่หรือเก่าต่างก็เลือกซื้อสินค้าบริการจากแบรนด์คุณแทนที่จะเป็นคู่แข่งนั่นเอง



เนื้อหาของบทความ:


มัดใจลูกค้าอย่างไรให้อยู่หมัด?


อย่างที่ได้เกริ่นไปในข้างต้นแล้วว่าการจะเอาชนะคู่แข่งได้นั้น แบรนด์ต้องรู้วิธีมัดใจจนทำให้ลูกค้าหันมาสนใจ และสร้างฐานลูกค้าปัจจุบันให้อยู่กับแบรนด์ไปนาน ๆ เพื่อให้คนเหล่านั้นเป็นกำลังช่วยแนะนำแบรนด์ไปยังว่าที่ลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้กลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ในอนาคตค่ะ


วิธีการที่แบรนด์จะสามารถมัดใจลูกค้าได้ คือ การรับรู้ และเข้าใจว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ต้องการอะไร มีความชื่นชอบแบบไหน หรือมีลักษณะนิสัยใจคอเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า “Customer Insight” หรือข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า 


แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่พึ่งเริ่มต้น และยังไม่แน่ใจว่าลูกค้าของคุณคือใคร แบรนด์ก็สามารถเริ่มต้นจากการพัฒนา “Customer Persona” หรือลักษณะของว่าที่ลูกค้าก่อน แล้วต่อยอดไปหา Insight ทีหลังก็ได้เช่นกันค่ะ



วิธีหา Insight มามัดใจลูกค้า


จะบอกว่าแค่การเข้าใจลูกค้าอย่างเดียวยังไม่พอนะคะ สิ่งสำคัญคือ จะต้องรีบยื่นข้อเสนอที่โดนใจก่อนคู่แข่งด้วย ไม่งั้นสุดท้ายลูกค้าก็จะไปซื้อจากคู่แข่งก่อนอยู่ดีค่ะ


การทำโฆษณาอย่างเดียวไม่ช่วยให้แบรนด์มัดใจลูกค้าได้ แต่การใช้ Insight เพื่อนำมาทำโฆษณา และวัดผลตอบรับอยู่เสมอต่างหากที่จะทำให้สร้างยอดขายได้จริง


ข้อจำกัดของการออกไปสัมภาษณ์คน, ทำ survey หรือทำ focus group มันใช้ทั้งเวลา คน และงบประมาณจำนวนมากเลยกว่าจะได้ข้อมูลที่สำคัญของลูกค้ามา แต่ในปัจจุบันเราโชคดีที่มีเครื่องมือช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลโพสต์บนโซเชียลของลูกค้าที่เป็นสาธารณะ แถมยังช่วยวิเคราะห์ผลหา Insight ให้แบบอัตโนมัติ เรียกได้ว่าทั้งสะดวก และรวดเร็วกว่าการวิจัยแบบเดิมมาก ๆ เลยค่ะ


เครื่องมือที่จะใช้ในตัวอย่างการหา Insight ให้กับเคสแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าก็คือ “Mandala Analytics” เพราะใช้งานง่าย, มีวิดีโอ Tutorial สอนใช้งานฟรี, ทดลองใช้ฟรีได้ 7 วัน และราคาเริ่มต้นเพียงแค่ $49 เท่านั้น ซึ่งราคานี้ถือว่าสามารถเข้าถึงแบรนด์ขนาดเล็กที่พึ่งเริ่มต้นทำการตลาดมากค่ะ


คลิกมาที่หน้า Dashboard ของ Mandala Analytics หลังจากสร้างแคมเปญ และรอระบบเก็บรวบรวมข้อมูลบนโซเชียลมาให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


เริ่มต้นการใช้งาน Mandala Analytics ด้วยการสร้างแคมเปญรถยนต์ไฟฟ้า โดยอาจใช้คำค้นหาว่า “รถยนต์ไฟฟ้า”, “รีวิว+รถยนต์ไฟฟ้า”, “รีวิว+รถไฟฟ้า”, “Ora good cat” หรือ “รถ+tesla” เป็นต้น เลือกช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2022 แล้วระบบก็จะทำการเก็บข้อมูลบนโซเชียลมาให้ดังในรูปข้างบนค่ะ


เพิ่มเติม: หากใครยังสงสัยเรื่องการใส่คำค้นหาหรือ Keyword ก็สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Keyword คืออะไร?


กดเข้ามาที่หน้า Mention Console ของ Mandala Analytics เพื่อค้นหาว่าคนพูดถึง และสนใจโพสต์ไหนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าที่พูดถึงเรื่อง “ราคา” บ้าง


สมมติถ้าแบรนด์อยากรู้ Insight ว่าคนมีการพูดถึงราคารถยนต์ไฟฟ้ากันว่าอย่างไรบ้าง ก็สามารถค้นหาคำว่า “ราคา” ได้เลยที่แถบค้นหาในหน้า Mention Console 


Insight ที่แบรนด์สามารถเข้าไปศึกษาดูได้ ก็อาจจะเป็นราคารถยนต์ไฟฟ้าที่คนเริ่มให้ความสนใจอยากซื้อมาขับว่าราคาจะอยู่ในเรทที่เท่าไหร่บ้าง? แล้วราคาไหนที่ลูกค้ารู้สึกว่าแพงเกินไปจนเกิดความลังเล? เป็นต้นค่ะ


นอกจากความสนใจแล้ว ตอนนี้ยังมีปัญหาอะไรบ้างล่ะที่ทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือมีความกังวลอะไรเกิดขึ้นบ้างรึเปล่า?


Insight จาก Mandala Analytics ที่ค้นพบว่าคนมีความกังวลเรื่องสถานีชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งาน


แบรนด์สามารถลองค้นหาคำว่า “ชาร์จ” หรือ “สถานีชาร์จ” เพื่อดูว่าคนพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างไร ซึ่งจากการค้นหาก็ทำให้เห็นว่ามีความกังวลเรื่องการชาร์จไฟอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานที่ต้องการ


โพสต์รีวิวการขับรถยนต์ไฟฟ้าระยะทางไกลไปยังภูทับเบิก


เมื่อเจาะลึกไปประเด็นอื่น ๆ การใช้ Mandala ยังทำให้เห็น Insight ด้วยว่าคนบนโซเชียลนิยมรีวิวการขับรถยนต์ไฟฟ้าระยะทางไกลไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ขับไปทำงานในชีวิตประจำวันเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้เห็นแน่นอนว่าการซื้อรถยนต์สักคันคนซื้อก็คาดหวังที่จะได้เพื่อนคู่ใจไปเที่ยวด้วยแบบสบาย ๆ นะคะ


รีวิวความปลอดภัยจากเบรกอัตโนมัติของรถยนต์ไฟฟ้า 


ความคิดเห็นเรื่องความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้าจากปัญหาราคาน้ำมันแพง


นอกจากนี้ยังมีหยิบยกประเด็นเรื่องความ “ปลอดภัย” จากการมีเบรกอัตโนมัติในการหยุดรถ และเรื่องความ “คุ้มค่า” ของรถยนต์ไฟฟ้าจากปัญหาตอนนี้ที่น้ำมันมีราคาแพงด้วยเช่นกัน


สรุป 

การเข้าใจลูกค้าเชิงลึกด้วยการหา Customer Insight จะช่วยให้แบรนด์มัดใจลูกค้าได้ง่าย ไม่ว่าจะทำการตลาดหรือยื่นข้อเสนออะไรก็ตรงใจลูกค้าเหมือนเข้าไปนั่งในใจก็ว่าได้ แถมการได้ใจลูกค้าแบบนี้ก็จะช่วยให้แบรนด์เอาชนะคู่แข่ง และสร้างฐานลูกค้าของตัวเองได้ไว ในที่สุดแบรนด์ก็จะเปลี่ยนลูกค้าปัจจุบันให้เป็นเหมือนแฟนคลับที่คอยช่วยบอกต่อเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับคุณให้คนอื่นฟัง เพื่อทำให้คนเหล่านั้นกลายมาเป็นลูกค้าของคุณอีกทีในอนาคตนั่นเองค่ะ


ทดลองใช้งาน Mandala Analytics ได้ฟรี 7 วัน 

หรือสมัครเพื่อใช้งานเต็มรูปแบบได้ที่ plans

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ทาง [email protected] 

ยังมีคลิปอื่น ๆ ที่น่าสนใจรอคุณอยู่ อย่าลืมเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Mandala Academy


Mandala Team

Creator

Share this post

Search the blog

Mandala Newsletter

Sign-up to receive the latest insights in to online trends

Whale Mandalasystem