Blogs & Articles

Artificial intelligence (AI) คืออะไร ? เครื่องมือไหนบ้างที่ใช้

Artificial Intelligence (AI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญ และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดย AI เป็นการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเรียนรู้ และประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ ระบบ AI จะมีความสามารถในการสร้างความเข้าใจในการประมวลผลข้อมูล ออกแบบ และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน และสามารถคำนวณวิเคราะห์ข้อมูล และทำเลือกตัดสินใจได้เหมือนมนุษย์



เนื้อหาบทความ


Artificial intelligence (AI) คืออะไร ?


AI (Artificial intelligence) คือ เทคโนโลยีที่สามารถประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากข้อมูล (Machine Learning) เพื่อสร้างโมเดลที่สามารถทำนายผลลัพธ์จากข้อมูลต้นฉบับได้อย่างแม่นยำ โดยใช้วิธีการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ และสถิติเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล



ประเภทของ Artificial intelligence (AI) มีอะไรบ้าง ?


 

รูปภาพจาก Wikipedia.org


1. Machine Learning (ML) 

โมเดลทางคอมพิวเตอร์ที่สามารถเรียนรู้ และปรับปรุงความแม่นยำได้ด้วยตนเองจากข้อมูลที่มนุษย์ใส่ข้อมูล

2. Deep Learning 

รูปแบบของ AI ที่ใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) เพื่อเรียนรู้ และสร้างโมเดลการจำแนกหรือการทำนายที่มีความซับซ้อน

3. Natural Language Processing (NLP) 

การประมวลผลภาษาของมนุษย์ เพื่อเข้าใจความหมาย และแปลความหมายเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้

4. Robotics 

ระบบ AI ที่ใช้ในการสร้างหุ่นยนต์เพื่อทำงานต่างๆ เช่น งานอุตสาหกรรม การแพทย์ และการบริการ

5. Computer Vision 

การประมวลผลภาพ และวิดีโอเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ แยกแยะวัตถุ รูปร่าง และคุณสมบัติต่าง ๆ ของภาพนั้น



จุดประสงค์ของการใช้งาน AI คืออะไร?


จุดประสงค์ของการใช้ AI คือ การช่วยให้มนุษย์สามารถตัดสินใจสิ่งที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อมูลที่มาจากการสกัดของ AI สามารถช่วยให้มนุษย์เข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญสามารถช่วยให้มนุษย์ทำงานลดน้อยลง รวมถึงงานไหนที่เสี่ยงต่อความอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์ เช่น การก่อสร้างตึก การทำการตลาดด้วย AI หรือ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ของมนุษย์ AI สามารถช่วยเหลือได้ ในปี 2023 มนุษย์ทั่วโลกได้หันมาใช้ AI มากยิ่งขึ้น โดยอุตสหกรรมที่มีการพูดถึงและนำ AI มาใช้ คือ การตลาด เนื่องจาก AI สามารถลดความเลื่อมล่ำในการเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ และช่วยประหยัดเวลาให้มนุษย์มีเวลาในการทำงานอย่างอื่นมากขึ้น ซึ่งการที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในเชิงพาณิชย์นี้ ก็อาจต้องมีการพัฒนา วิจัย เพื่อให้สอดคล้องกับงานที่มนุษย์เลือกให้ AI ทำ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ: การนำ AI มาใช้กับการตลาด




ประโยชน์ของ AI มีอะไรบ้าง ?


จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน AI ได้ทําลายขอบเขตของการทํางาน และหน้าที่ของคอมพิวเตอร์ซึ่งทําให้ชีวิตมนุษย์ง่ายขึ้น โดย AI นั้นเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ช่วยอํานวยความสะดวกในการทํางานของเครื่องจักรได้อย่างราบรื่น และทํางานที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ได้ จึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่สําหรับการพัฒนา และความคืบหน้าของยุคต่อไป ซึ่งนําไปสู่ระบบอัตโนมัติแบบ end-to-end และการประสานงานของการดําเนินงานที่ซับซ้อนต่างๆ ซึ่งสามารถช่วยลดข้อผิดพลาดของมนุษย์


จากข้อมูลของบริษัท Accenture ได้กล่าวว่า AI นั้นมีประโยชน์หลายด้านขึ้นอยู่กับคุณเลือกที่จะใช้ AI ในรูปแบบใด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าระบบ AI สามารถเปลี่ยนอุตสาหกรรมต่าง ๆได้โดยมีข้อดีหลายอย่างดังต่อไปนี้


ลดความผิดพลาดของมนุษย์

    หากตั้งโปรแกรมถูกต้อง AI จะทำงานไม่ผิดพลาด

    โมเดล AI ถูกสร้างขึ้นจากการวิเคราะห์ การคาดการณ์ดังนั้นจึงไม่ทิ้งข้อผิดพลาดใด ๆ ไว้

    ช่วยประหยัดเวลา และทรัพยากร และช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


ประมวลผลข้อมูล Big Data ได้อย่างราบรื่น

    AI มีทักษะ และอัลกอริทึมทั้งหมดในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และหาข้อสรุปได้ในเวลาอันสั้น

    AI สามารถเข้าใจและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งจําเป็นสําหรับการวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ: Bigdata คืออะไร


การทำงาน และกระบวนการที่ซ้ำซ้อนโดยอัตโนมัติ

    AI ตระหนักถึงระบบอัตโนมัติของงานที่น่าเบื่อในชีวิตประจำวันในด้านการรวบรวมข้อมูลการป้อนข้อมูลธุรกิจที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางการตอบกลับทางอีเมลการทดสอบซอฟต์แวร์การสร้างใบแจ้งหนี้ และอื่น ๆ

    พนักงานมีเวลาจดจ่อกับงานที่ต้องอาศัยความสามารถของคนมากขึ้น


ดําเนินงานที่มีความเสี่ยงและเป็นอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ

    ประยุกต์ใช้ AI ในพื้นที่ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้

    ระบบ AI ช่วยลดความเสี่ยงในงานที่เป็นอันตราย ตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์สามารถรับภารกิจที่เป็นอันตรายเช่นการทําเหมืองถ่านหินการสํารวจทางทะเลการช่วยเหลือในการปฏิบัติการกู้ภัยในภัยพิบัติทางธรรมชาติ และอื่นๆ


ช่วยปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนการทำงาน

    AI ช่วยให้บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้

    ช่วยในการปรับปรุงกระบวนการที่ยุ่งยากและให้กระบวนการทำงานที่ดีขึ้นโดยปราศจากข้อผิดพลาด


พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

    ระบบ AI สามารถใช้งานได้ตลอด24ชั่วโมง และสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาตามต้องการ

    แตกต่างจากมนุษย์ที่ระบบ AI สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

    ระบบ AI ได้รับการตั้งโปรแกรมให้ทํางานเป็นเวลานาน และสามารถจัดการกับงานที่ซ้ําซ้อน และน่าเบื่อได้


ตัวอย่างการใช้งานทางธุรกิจของเทคโนโลยี AI ได้แก่


1. การตลาด 

เครื่องมือของ Mandala AI สามารถเข้าถึงข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง Big Data เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการตลาด และช่วยเสริมสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีความเเม่นยำมากยิ่งขึ้น

2. ความบันเทิง 

YouTube, Netflix, TikTok นำข้อมูลหนังหรือคลิปวีดีโอที่ลูกค้าเข้าชมบ่อยมาปรับใช้กับระบบแนะนำภาพยนต์หรือวีดีโอ

3. การทำนาย และการตัดสินใจ 

เช่น การทำนายการตลาดในอนาคต และการตัดสินใจการลงทุน

4. การแก้ไขปัญหา 

เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ

5. การทำงานอัตโนมัติ 

เช่น ตัวช่วยอย่าง Siri และ Alexa ที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงของผู้ใช้งาน โดยทำหน้าที่ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในบ้าน ตอบคำถามต่าง ๆ รวมไปถึงสั่งของออนไลน์ได้ 

6. การตรวจสอบความถูกต้อง และความเหมาะสม 

เช่น Grammarly เป็นโปรแกรมสามารถช่วยตรวจสอบความถูกต้องของคำ และไวยากรณ์ของภาษาซึ่งเป็นตัวช่วยได้ดีสำหรับธุรกิจที่ต้องการเขียน Content ภาษาอังกฤษ



Machine Learning (ML) คืออะไร ? 


Machine Learning คือ การใช้วิธีการเรียนรู้ของ AI โดยที่ AI จะสามารถเรียนรู้โดยมีการใส่ข้อมูลที่มนุษย์ต้องการที่จะสอนหรือที่เรียกกันว่า Training AI โดยให้โมเดล (model) ได้เรียนรู้จากชุดข้อมูล (data) และสามารถนำไปใช้งานกับข้อมูลใหม่ๆ ที่ไม่ได้ถูกใช้ในการเรียนรู้ก่อนหน้านี้ได้ หลาย ๆ คนคงเคยสังเกตุว่า ทำไม Facebook ถึงรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องสินค้าอะไร, YouTube รู้ได้อย่างไรว่าเราชอบคอนเทนต์วีดีโอประมาณไหน, Instagram รู้ได้อย่างไรว่าเราชอบรูปภาพไหน ทั้งหมดล้วนมาจากการเรียนรู้ของ AI หรือเรียกว่า Machine Learning นั้นเอง ต่อไปเราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับว่า Machine Learning นั้นมีกี่ประเภท


Machine Learning มีการแบ่งออกเป็นหลายประเภท 


1. การเรียนรู้โดยมี Data มาสอน (Supervised Learning) ซึ่งจะมีการให้ข้อมูลตัวอย่าง และผลลัพธ์ของข้อมูลตัวอย่างเพื่อให้โมเดลสามารถเรียนรู้จากข้อมูลตัวอย่างได้ 


2. การเรียนรู้โดยไม่มี Data มาสอน (Unsupervised Learning) ซึ่งไม่มีการให้ผลลัพธ์ของข้อมูลตัวอย่าง และโมเดลต้องเรียนรู้จากข้อมูลเอง 


3. การเรียนรู้ตามสภาพเเวดล้อม (Reinforcement Learning) ซึ่งจะมีการให้ระบบเรียนรู้จากการรับรู้ผลลัพธ์จากการกระทำของตัวเองในสภาวะต่างๆ โดยมีการให้รางวัลหรือลดคะแนนเป็นตัวกำหนดในการแนะนำการกระทำต่อไปของระบบ.


ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ AI


สิ่งใกล้ตัวเราที่ใช้ AI ในปัจจุบันนั้น คือ การแสกนใบหน้าโดยเทคโนโลยี Biometrics เพื่อปลดล็อคโทรศัพท์ของ Apple Face ID โดยการใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ในการจดจำใบหน้าไว้เพื่อเอาไว้ตัดสินว่าคนที่กำลังจะปลดล็อคโทรศัพท์นั้นใช่เจ้าของหรือไม่ หลายคนอาจสงสัยว่า Biometrics คืออะไร ? 


Biometrics คือ เทคโนโลยีที่ใช้ในการระบุตัวตน และ พิสูจน์ผู้ใช้งาน โดยใช้เทคนิคการนำเอกลักษณ์แต่ละบุคคล มาวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่าง โดยเทคโนโลยีหลัก ๆ ที่ใช้ Biometrics 1.การแสกนใบหน้า 2.การแสกนลายนิ้วมือ 3.การแสกนม่านตา 4.การพิสูจน์ลายเซ็น 5.การพิสูจน์เสียง เป็นต้น


Mandala Analytics Dashboard

ตัวอย่างเครื่องมือ Social Listening ของ Mandala AI ที่สามารถช่วยให้เเบรนด์ต่าง ๆ เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคบนออนไลน์ สามารถ ค้นหาไอเดียการทำคอนเทนต์ต่าง ๆ และสามารถเก็บ Insight ของผู้บริโภคมาพัฒนาสินค้าต่อในอนาคต Mandala AI ได้ใช้เทคโนโลยี AI ในการกำหนดคะแนนของโพสต์ หรือที่เรียกกันว่า Mandala Score ซึ่ง Mandala Score สามารถช่วยให้ทราบถึงเนื้อหาที่ได้รับความสนใจจริง ๆ ของคอนเทนต์นั้น ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยกรอกข้อมูลที่มีคุณภาพสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสำรวจหรือเสียเวลาในการกรองข้อมูลนั้น ๆ เอง 

สามารถทดลองใช้งาน Mandala Analytics ได้ฟรีที่นี้


รูปภาพการสร้างจาก DALL·E 2


ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ AI ในการวาดภาพของ Open AI

DALL·E 2 คือ AI Art Generator ที่สามารถ Generate หรือสร้างรูปภาพโดยขึ้นโดยขึ้นอยู่กับการใส่ Keyword ของเรา เช่นในรูปภาพตัวอย่างได้ใส่ Keyword ว่า A Beagle eating pad Thai AI ก็จะสร้างผลงานศิลปะออกมาให้เราเห็น ซึ่ง AI ของ DALL·E 2 สามารถเป็นเเรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างอิสระหรือสร้างไอเดียในการผลิตงานศิลป์ให้กับสายงานต่าง ๆ ได้อีกด้วย

รูปภาพการสร้างจาก Bing Image Creator


อีกหนึ่งตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ AI ในการวาดภาพของ Bing Image Creator (Microsoft)

เครื่อมือ Bing Image Creator สามารถ Generate คำสั่งที่มนุษย์ได้ป้อนคำสั่งนั้น มาแปลงในรูปแบบของรูปภาพ คล้าย ๆ กับของ DALL·E 2 แต่ความสามารถของ Bing Image Creator  นั้นไม่ได้มีแค่ภาพนิ่งเท่านั้นยังสามารถออกแบบข้อความตัวหนังสือ ภาพ และวีดีโอได้อีกด้วย

สามารถลองใช้งานได้ที่นี่เลยครับ Bing Image Creator  

ที่มา: https://blogs.microsoft.com/blog/2023/03/21/create-images-with-your-words-bing-image-creator-comes-to-the-new-bing/


ตัวอย่างการใช้งาน Bard


Bard อีกหนึ่ง AI ในรูปแบบ Chatbot ของ Google ที่พึ่งประกาศเปิดตัวในวันที่ 21 มีนาคม 2023  ซึ่ง ณ เวลาสามารถเข้าไป Join waitlist เพื่อทดลองใช้งานได้แล้ว  

ตัวอย่างฟังก์ชันที่ทำได้

    ช่วยเขียนนวนิยายได้

    ไกด์สิ่งของสำหรับเดินทางในสุดสัปดาห์

    ให้คำเเนะนำอาหารมีโปรตีนสูงสำหรับคนที่เป็น Vegan

สำหรับผู้ที่สนใจ Bard สามารถเข้าไปที่ Join Google เพื่อเข้าถึงได้เลยครับ

ที่มา: https://www.macrumors.com/2023/03/21/google-bard-ai-chatbot-waitlist/


ตัวอย่างการใช้งาน ChatGPT


ChatGPT ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสการเข้ามาของ ChatGPT มาแรงถึงขั้นหลาย ๆ คนต่างเอามาทำคอนเทนต์ หรือไม่ก็เอามาเพื่อส่งเสริมงานให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นในเวลาอันสั้น ซึ่ง ChatGPT เป็น AI ประเภท Chatbot โดย Chat GPT สามารถตอบคำถามในสิ่งที่คุณสงสัยอย่างรวดเร็ว ด้วยรูปประโยคที่เข้าใจง่าย และมีความสร้างสรรค์เป็นธรรมชาติเหมือนมนุษย์มาโต้ตอบกับคุณ

ตัวอย่างฟังก์ชันที่ทำได้

    ช่วยเขียนเรียงความ

    ช่วยเขียนรูปแบบอีเมลล์

    ช่วยเขียนโปรเเกรมเบื้องต้น

    ช่วยบอกสูตรอาหารที่คุณอาจไม่เคยรู้

    ช่วยวางแผนการท่องเที่ยว

    ช่วยหาโปรเเกรมต่าง ๆ ที่คุณอาจไม่รู้ในอินเตอร์เน็ต


เราควรกลัว AI หรือไม่ ?


การรายงานข่าวของสื่อเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของ AI นั้นค่อนข้างเป็นลบ และตื่นตระหนก และนั่นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ มนุษย์มีความระมัดระวังในการเปลี่ยนแปลงโดยธรรมชาติ และทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีที่ไม่รู้จักเข้ามาเราจะพิจารณาถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น อย่างตัวอย่างในนิยายวิทยาศาสตร์หรือภาพยนต์ที่ทําให้เราได้เห็นภาพที่น่ากลัวของสถานการณ์ที่เลวร้าย เมื่อหุ่นยนต์เข้ายึดครอง เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นดี แต่ไม่สมจริง เรารู้ว่าอาชีพ และงานอาจจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นมานานหลายศตวรรษเมื่อเทคโนโลยีใหม่พัฒนาขึ้นคนให้ความสําคัญกับวิธี ยกตัวอย่างเช่น การเข้ามาของ Internet, การเข้ามาของจอโทรศัพท์แบบสัมผัสเป็นต้น



 AI คือเครื่องมือที่ยังสามารถช่วยมนุษยชาติทําให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น และช่วยชีวิตผู้คนได้ AI สามารถช่วยแพทย์ในการวินิจฉัย และค้นหาวิธีรักษาโรค และช่วยในการจัดการข้อมูลผู้ป่วย เพื่อให้การดูแลที่ดีขึ้นซึ่งเป็นสิ่งสําคัญในบริบทของประชากรวัยสูงอายุทั่วโลก สามารถช่วยให้เราลดการปล่อยมลพิษ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยการออกแบบกระบวนการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย มันสามารถทําให้เราปลอดภัยยิ่งขึ้นโดยการทํากิจกรรม และงานที่เป็นอันตรายโดยอัตโนมัติและสามารถทําให้เรามีเวลาว่างมากขึ้นในชีวิตประจําวันของเราไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไรกับ AI เราจะต้องปรับตัวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ด้วยการยอมรับและทําความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่แทนที่จะต่อต้าน เราควรเรียรรู้มันเพื่ออยู่ในตําแหน่งที่ดีกว่า โดยการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีที่น่าทึ่งนี้ในการทำงานของคุณ

Mandala Team

Creator

Share this post

Search the blog

Mandala Newsletter

Sign-up to receive the latest insights in to online trends